ธุรกิจขนส่งฯอ่วม 8เดือนเสียหาย100ล้าน รถติดด่านสะเดา6-8ชม.

Posted on

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

แบกภาระต้นทุน,ธุรกิจขนส่ง,สินค้าไทย,อ่วม,เสียหาย100ล้าน,รถติดด่านสะเดา,สมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้

แบกภาระต้นทุน! ธุรกิจขนส่งสินค้าไทยอ่วม 8เดือนเสียหายกว่า100ล้าน รถติดด่านสะเดา6-8ชั่วโมง

สมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ เผยธุรกิจขนส่งไทยแบกภาระต้นทุน เสียหายแล้วกว่า 100 ล้านบาท จากปัญหารถติดด่านฯสะเดา 6-8 ชั่วโมง เหตุฝั่งมาเลเซียปรับปรุงด่านฯอย่างน้อย 2 ปี จี้ระดับนโยบายเร่งเจรจาหาทางออกโดยด่วน ระบุการเจรจาในระดับพื้นที่เจอทางตัน ผู้ประกอบการหวั่นกระทบความเชื่อมั่นส่งมอบสินค้าล่าช้า

ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล เลขาธิการสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ เปิดเผย “ผู้สื่อข่าวเนชั่น” ว่า เป็นเวลาประมาณ 7-8 เดือนที่ผู้ประกอบการรถบรรทุกสินค้าได้รับผลกระทบจากปัญหาความล่าช้าการส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ผ่านด่านศุลกากรสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลาได้รับความเดือดร้อน

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้แต่งตั้คณะทำงานแก้ไขปัญหาการขนส่งสินค้าและจราจรผ่านแดนด่านศุลกากรสะเดาที่มีนายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธานฯ ล่าสุดคณะทำงานฯสรุปปัญหาและแนวทางแก้ไข

“ปัญหาส่วนหนึ่งก็เกิดจากฝั่งไทยที่จะต้องมีการจัดระเบียบการจราจร แต่พบว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือการปิดทางเข้าด่านฯของฝั่งประเทศมาลเซีย ซึ่งต้องการมีเจรจากันในระดับนโยบาย เพราะที่ผ่านมาในระดับพื้นที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยเฉพาะการขอความร่วมมือมาเลเซีย”

ดร.ไพโรจน์ กล่าวและว่า จึงอยากให้เรียกร้องให้ระดับนโยบายเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยการหารือกับระดับนโยบายของมาเลเซีย เพื่อร่วมหาทางออกปัญหาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ทุกคนรับทราบดีว่าปัญหาคืออะไร

สำหรับผลกระทบจากปัญหาการจราจรผ่านแดนด่านศุลกากรสะเดาได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งในฐานะผู้ให้บริการรับจ้างบรรทุกสินค้า และเจ้าของสินค้า จากการที่รถบรรทุกสินค้าจะต้องใช้เวลาเพื่อผ่านด่านฯประมาณ 6-8 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยในแต่วันจะมีรถบรรทุกสินค้าเข้าคิวประมาณ 500 คันต่อวัน

“ในช่วงเวลา 7-8 เดือน เราประเมินความเสียหายทางธุรกิจสำหรับธุรกิจขนส่งกว่า 100 ล้านบาท ที่ต้องมีต้นทุนค่าน้ำมันที่ต้องจอดคิว 6-8 ชั่วโมง ค่าจ้างคนขับรถที่ต้องนอนค้างคืนหากไม่สามารถนำสินค้าผ่านด่านฯได้ในเวลาที่กำหนด ยังไม่รวมสินค้าเสียหาย โดยเฉพาะสินค้าเน่าเสีย ผัก ผลไม้”

เลขาธิการสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เชิญตัวแทนสำนักงานประสานงานโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย (สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ) จากกรุงลัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และตัวแทนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ลงพื้นที่เพื่อดูสภาพปัญหา

ซึ่งตัวแทนจากทั้งสององค์กรที่ลงพื้นที่รับว่าจะนำเสนอผ่านเวทีการประชุมโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย ซึ่งจะมีการประชุมที่จังหวัดพังงาในเดือนกันยายน 2559 แต่สิ่งที่สมาคมฯต้องการก็คือการหารือกันระหว่างระดับนโยบายเพื่อหาทางออกปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

“ถ้าเราจะรอการประชุมเดือนก.ย.คงไม่ไหน และการก่อสร้างโครงการด่านฯของประเทศมาเลเซียจะใช้เวลาอย่างน้อยอีก 2 ปี ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นเกรงว่าจะทำให้ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้เสียก่อน จึงอยากฝากให้ระดับนโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการด่วน ในระดับพื้นที่ตอนนี้ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว” เลขาธิการสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ กล่าว

นายภาณุ เค้าเปี่ยมจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นวายทรานสปอร์ต จำกัด ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าส่งออก กล่าวว่า ปัญหามันเกิดจากการปฏิบัติงานฝั่งประทศมาเลเซีย แต่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าของไทย ทำให้ตอนนี้ทางฝ่ายไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรได้เลย เนื่องจากเป็นเรื่องของมาเลเซีย

“สินค้าส่งออกทางภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงมา 80 เปอร์เซ็นต์ต้องส่งผ่านท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งการขนส่งก็จะผ่านด่านฯสะเดา และด่านฯปาดังเบซาร์ แต่การขนส่งผ่านด่านฯปาดังเบซาร์ มีข้อจำกัด ทำให้สินค้าส่วนใหญ่จึงส่งผ่านด่านฯสะเดาเพื่อไปยังท่าเรือปีนัง”

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ 1.ค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้นค่าน้ำมัน เวลาที่เสียไป 2.การส่งมอบสินค้าไม่ตรงเวลา เนื่องจากปัญหารถติด ทำให้รถติด ต้องมีการเลื่อนเที่ยวเรือออกไป จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเลื่อนเรือ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเอกสาร

และ3.สูญเสียความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อต่างประเทศ เท่าที่มีการพูดกับผู้ส่งออกหลายราย เขาบอกว่าลูกค้ารับไม่ได้กับการที่สินค้าไม่สามารถส่งมอบได้ตามเวลา บางรายยื่นคำขาดหากเราไม่สามารถแก้ปัญหาการส่งมอบสินค้าที่เราบอกว่าเกิดจากปัญหารถติดด่านฯสะเดา เขาจะไม่ซื้อสินค้าเราแล้ว

“ปัญหาเราบอกลูก้าว่าเกิดจากรถติดที่ด่านฯสะเดา แต่ลูกค้าในต่างประเทศเขาไม่รับรู้ด้วยหรอกว่าเราจะมีปัญหาอะไร เขารู้แค่ว่าเขาได้รับสินค้าล่าช้าทุกเที่ยว มันเลยจุดที่ลูกค้าจะรับได้ เพราะล่าช้าเกือบทุกเที่ยวของการส่งมอบสินค้า เขามองว่าเราไม่สามารถแก้ปัญหา ไม่มีความน่าเชื่อถือในการส่งมอบสินค้า”

ซึ่งเป็นกระทบที่น่ากังวลมากสำหรับผู้ส่งออกสินค้าของไทยในภาคใต้ เนื่องจากผู้ส่งออกสินค้าไทยไม่ได้ได้แข่งกับผู้ส่งออกในประเทศอย่างเดียว แต่แข่งกับผู้ส่งออกสินค้าในต่างประเทศด้วย การที่ผู้ส่งออกมีปัญหาต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น และการส่งมอบล่าช้า เป็นผลกระทบที่มหาศาล

ในขณะที่ผู้ประกอบการพยายามหาทางออกทุกช่องทางที่สามารถทำได้ เพื่อส่งสินค้าไปถึงท่าเรือปีนังให้ได้ แต่สุดท้ายคำตอบก็คือว่า สินค้าที่จะส่งไปท่าเรือปีนัง และการส่งสินค้าผ่านท่าเรือปีนังก็จะต้องส่งผ่านด่านฯสะเดาเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้

“ยังไงเราก็ต้องส่งสินค้าจของเราผ่านท่าเรือปีนัง เราก็ต้องหาทางว่าเราจะส่งไปได้ยังไง เพื่อให้ทันต่อเวลาการส่งมอบสินค้าให้กับผู้วื้อในต่างประเทศ เราไม่สามารถเปลี่ยนไปส่งผ่านท่าเรือแหลมฉบังได้ ซึ่งมีผลต่อต้นทุนที่พิ่มขึ้น หรือส่งผ่านท่าเรือน้ำลึกสงขลาได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องศักยภาพของท่าเรือ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นวายทรานสปอร์ต จำกัด กล่าว

Leave a Reply